วันเสาร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2561



RECORD  2

MONDAY  22   January 2561

เนื้อหาการเรียน  (KNOWLEDGE)

               วันนี้เป็นการเรียนการสอนสัปดาห์ที่ 2 ของรายวิชา การจัดประสบการณ์การเรียนรู้เด็กปฐมวัย วันนี้บรรยากาศภายในห้องเรียนครึ้กครื้นมาก ก่อนเข้าสู้เนื้อหาการเรียนอาจาย์ก็ได้พูดคุยกับนักศึกษาก่อนเพราะไม่อยากให้เสียเวลาในขณะที่รอเพื่อนๆมาครบ หลังจากที่เพื่อนๆมาครบกันหมดแล้ว อาจารย์ก็เริ่มให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มออกมานำเสนองานที่อาจารย์มอบหมายงานให้ไปค้นคว้าข้อมูเมื่ออาทิตย์ที่แล้วออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียนให้เพื่อนได้ฟังกัน


นำเสนองานของแต่ล่ะกลุ่ม

กลุ่มที่ 1 พัฒนาการและคุณลักษณะตามวัยของเด็กปฐมวัย








กลุ่มที่ 2 ความสนใจและความต้องการของเด็กปฐมวัย


ความสนใจและความต้องการของเด็กปฐมวัย

ความต้องการ ความสนใจและการเล่นของเด็กปฐมวัย
เด็กปฐมวัยเป็นวัยเริ่มต้นของชีวิตที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความเป็นมนุษย์การสร้างรากฐาน
ที่ดีทั้งทางร่างกาย และจิตใจให้กับเด็กในวันนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะช่วงอายุแรกเกิด ถึง6 ปี
เป็นระยะที่มีความสำคัญช่วงหนึ่งในการวางรากฐานคุณภาพชีวิตของเด็กด้วยเหตุที่เด็กปฐมวัยมี
ธรรมชาติและลักษณะเฉพาะที่แตกต่างไปจากบุคคลวัยอื่นๆ

ความต้องการ

ความต้องการเป็นสิ่งจาเป็นสำหรับการดำรงชีวิต ความต้องการเกิดขึ้นเมื่อร่างกายขาดความสมดุล ซึ่ง

เป็นสาเหตุสำคัญที่ทาให้ร่างกายเกิดความเครียด ไม่เป็นสุข ดังนั้นร่างกายจึงต้องมีการกระทาเกิดขึ้น

เพื่อให้ร่างกายกลับสู่สภาวะสมดุลตามปกติ

ชนิดของความต้องการ
1.ความต้องการของแต่ละคน (Individual Needs )
   1.1 ความต้องการทางอินทรีย์
   1.2 ความต้องการที่จะสร้างบุคลิกภาพ

1.2 ความต้องการที่จะสร้างบุคลิกภาพ
1.ความต้องการที่จะรักคนอื่นและให้คนอื่นรักตน
2.ความต้องการความปลอดภัย
3.ความต้องการการมีส่วนร่วม หรือเป็นส่วนหนึ่งของสังคม
4. ความต้องการความสัมฤทธิ์ผลหรือต้องการให้บรรลุจุดมุ่งหมายของตน

5. ความต้องการรู้สิ่งต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาสติปัญญา

6. ความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงจากสภาพที่อยู่ปกติให้เป็นสภาพใหม่

7. ความต้องการที่จะรับความพึงพอใจในทางสวยงาม


ความต้องการทางสังคม (Social Need)
ได้แก่ ความต้องการความปลอดภัยทางเศรษฐกิจ การนับหน้าถือตา ความนิยมชมชื่น ความเป็นมิตรภาพ
ต่อกัน และความต้องการในสมบูรณาการ (Integration) ซึ่งเป็นความต้องการ  ที่เป็นความสุขของชีวิต
ตามอุดมคติ

ความต้องการของเด็กปฐมวัย

•          ความต้องการพื้นฐานทางกาย เพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่

•          ความต้องการความอิสระ ควบคู่ไปกับความต้องการพื้นฐานทางกาย

•          ความต้องการผลสัมฤทธิ์ มักจะต้องการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทั้งสิ้น

•          ความต้องการประสบการณ์ที่ท้าทาย

•          ความต้องการมีเพื่อน เด็กปฐมวัยส่วนใหญ่ชอบอยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่น

ความสนใจ

ความสนใจ หมายถึง ความรู้สึกหรือเจตคติของบุคคลที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ ความรู้สึกนั้นทาให้บุคคลเอาใจใส่และกระทำการจนบรรลุถึงจุดมุ่งหมายที่บุคคลมีต่อสิ่งนั้น

1.เกิดจากความต้องการ

2.เกิดจากการเห็นคุณค่าของสิ่งนั้น

3.เกิดจากแรงจูงใจของสิ่งเร้า

4.สิ่งที่น่าสนใจเป็นสิ่งที่มีความหมาย

5.สิ่งที่น่าสนใจเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ มีความสัมพันธ์กับชีวิตจริงของเด็ก

6.สิ่งที่น่าสนใจเป็นสิ่งที่เด็กถนัดและมีประสบการณ์มาบ้างแล้ว

ความสนใจของเด็กปฐมวัย
 สิ่งที่เด็กปฐมวัยสนใจนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ตัวของเด็กนั่นเอง ที่เป็นเช่นนี้ เพราะเด็ก
ปฐมวัยยังมีลักษณะของการยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ ช่วงเวลาของความสนใจของเด็ก
ปฐมวัย  จะค่อนข้างสั้น โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 2 – 3 นาที จึงเห็นได้ว่าเด็กในวัยนี้ชอบที่จะเปลี่ยน
กิจกรรมอยู่ตลอดเวลา

1.ความสนใจร่วม เนื่องจากเด็กที่มีอายุระดับใกล้เคียงกัน

2.ความสนใจในสิ่งใหม่ ๆ ควรเปิดโอกาสให้เด็กพบกับสิ่งใหม่ ๆ

3.เป็นสิ่งที่ดี ในขณะเดียวกัน ควรเพิ่มกิจกรรมไปจากความสนใจ

4.ความสนใจชั่วครู่ และความสนใจที่แตกต่างออกไป

เด็กปฐมวัยมีความสนใจในสิ่งต่าง ๆ

•         1.สนใจการเล่นและมักจะเล่นคนเดียวมากกว่าจะเล่นกับเพื่อนเป็นกลุ่ม

•          2.สนใจรูปภาพในหนังสือ ภาพที่เด็กสนใจจะต้องมีสีสดใส ชัดเจน

•          3.สนใจฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ หรือภาพยนตร์

•          4.สนใจฟังเพลงที่มีจังหวะง่าย ๆ คำร้องสั้น ๆ

•          5.สนใจสิ่งรอบตัว ชอบซัก ชอบถาม



กลุ่มที่ 3 การเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย



 การเรียนรู้คืออะไร?
         การเรียนรู้ หมายถึง การเปลี่ยนพฤติกรรมซึ่งเป็นผลมาจากประสบการณ์ที่คนเรามีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม หรือจากการฝึกหัด รวมทั้งการเปลี่ยนปริมาณความรู้ของผู้เรียน   มีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ 1) มนุษย์ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจาก “ไม่รู้” เป็น “รู้”  “ทำไม่ได้” เป็น “ทำได้” “ไม่เคยทำ” เป็น “ทำ” 2) การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมนั้นต้องเป็นไปอย่างถาวร 3) การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้น เกิดจากประสบการณ์การฝึกฝนและการฝึกหัด ไม่ใช่จากเหตุอื่นๆนอกจากนั้น

เด็กปฐมวัยคืออะไร?
เด็กปฐมวัย (Early Childhood) เป็นคำที่ใช้เรียกเด็กที่มีอายุตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึง 6 ปี ซึ่งอยู่ในวัยที่คุณภาพของชีวิทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญากำลังเริ่มต้นพัฒนาอย่างเต็มที่

ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจท์
        เพียเจท์ กล่าวถึง การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยว่าเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดจากการทำงานของโครงสร้างทางปัญญา เป็นวิธีที่เด็กจะเริ่มต้นด้วยความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับสิ่งแวดล้อม เพียเจท์ได้มองการเล่นเป็นกระบวนการพัฒนาทางสติปัญญา ซึ่งกระบวนการพัฒนาทางสติปัญญา และลักษณะของการเล่นนั้น จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน  เพียเจท์ได้แบ่งพัฒนาการทางสติปัญญาออกเป็น  4  ขั้น
1.  ขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว
2. ขั้นความคิดก่อนปฏิบัติการ
3. ขั้นปฏิบัติการคิดแบบรูปธรรม
4. ขั้นปฏิบัติการคิดแบบนามธรรม

ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของไวกอสกี้
          กล่าวว่า เด็กจะเกิดการเรียนรู้  พัฒนาสติปัญญาและทัศนคติเมื่อมีการปฏิสัมพันธ์และทำงานร่วมกับผู้อื่น  หากเด็กต้องเผชิญกับปัญหาที่ท้าทายแต่ไม่สามารถคิดแก้ปัญหาโดยลำพัง  แต่ถ้าได้รับการช่วยเหลือแนะนำจากผู้ใหญ่หรือเพื่อนที่มีประสบการณ์มาก่อน  เด็กจะสามารถแก้ปัญหานั้นและจะเกิดการเรียนรู้ได้

ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของบรูเนอร์
         เชื่อว่า ครูสามารถจัดประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัยเพื่อให้เด็กเกิดความพร้อมที่จะเรียนได้ โดยต้องคำนึงถึงทฤษฎีพัฒนาการว่าเป็นตัวเชื่อมระหว่างความรู้และการสอน กล่าวคือพัฒนาการจะเป็นตัวกำหนดเนื้อหาความรู้และวิธีการสอน   หรือกิจกรรมการเรียนการสอนต้องสอดคล้องกับพัฒนาการและความสามารถของเด็กเป็นหลัก จึงได้แบ่งขั้นพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กปฐมวัยออกเป็น 3 ขั้นตอน
1.  ขั้นการเรียนรู้ด้วยการกระทำ
2.  ขั้นการเรียนรู้ด้วยภาพและจินตนาการ
3.  ขั้นการเรียนรู้ด้วยสัญลักษณ์



สรุป
                 เด็กจะเกิดการเรียนรู้ในช่วง 0-5 ปีอย่างง่ายโดยไม่รู้ตัว และเรียนรู้ด้วยความเพลิดเพลิน สนุกสนาน การส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางเด็กจะเรียนรู้ได้ดีที่สุด ทั้งนี้จะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้แบบค้นหา และการมีปฏิสัมพันธ์ การใช้สื่อและการปรับบทบาทของครูและเด็ก ตามหลักทฤษฎีของกลุ่มแนวคิดสร้างองค์ความรู้ การเรียนรู้หมายถึงการที่เด็กสามารถปรับความคิด เพื่อใช้ในชีวิตจริง การเรียนรู้จึงมิใช่การสะสมความรู้จากแหล่งภายนอกเพียงเท่านั้น ครูจําเป็นต้องให้ความสําคัญกับสิ่งที่เด็กจะต้องนํา ไปใช้ในชีวิตไปในขณะเดียวกันด้วย



 กลุ่มที่ 4 นวัตกรรมการสอนแบบโครงการ (Project Approach)



การสอนแบบโครงการ

           การจักการเรียนการสอนรูปแบบหนึ่ง ซึ่งให้ความสำคัญกับเด็ก ส่งเสริมให้เด็กแสวงหาคำตอบจากการเรียนเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างลุ่มลึก เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยที่เด็กหรือครูร่วมกันกำหนดเรื่องที่ต้องการเรียนรู้ แล้วดำเนินการแสวงหาความรู้ด้วยกระบวนการแก้ปัญหา โดยครูเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงและจากแหล่งเรียนรู้









ความรู้ที่ได้ (Knowledge)

- การคิดการฝึกวิเคราะห์
- การคิดแบบมีความคิดสร้างสรรค์
- การสื่อสาร
- การฟังอย่างมีเหตุผล

ทักษะ (Saill)

- ทักษะการฟังและการคิด
- ทักษะการนำเสนองาน
- ทักษะการสื่อสารและเทคโนโลยี
-ทักษะการเชื่อมโยง

การนำเอาไปประยุกต์ใช้ (Adoption)

    สามารถนำเนื้อหาที่เรียนรู้นำไปจัดกิจกรรมให้เด็กได้อย่างเหมาะสมตามพัฒนาการตามวัย และสามารถนำความรู้แต่ละหัวข้อที่เพื่อนนำเสนอ นำไปต่อยอดเพื่อเอาไปสอนเด็กได้จริงในอนาคต

เทคนิคการสอน (Technique Teathing)

- มีการอธิบายเนื้อหารายวิชานี้ให้นักศึกษาฟังได้อย่างเหมาะสมและเข้าใจง่าย
- มีการอธิบายเพิ่มเติมหลังจากนักศึกษานำเสนองานเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นและชัดเจนขึ้น
- มีการทบทวนเนื้อหาการเรียนในรายวิชาต่างๆที่เคยเรียนมาเพื่อเอามาต่อยอดในรายวิชานี้

ประเมินตนเอง

       แต่งกายสุภาพเรียบร้อย มาตรงต่อเวลา ตั้งใจทำกิจกรรมต่างๆอย่างเต็มที่  ตั้งใจฟังขณะที่อาจารย์สอน ไม่พูดคุยกับเพื่อนเสียงดัง

ประเมินเพื่อน


        เพื่อนๆทุกคนตั้งใจเรียน และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆอย่างเต็มที่ ไม่พูดคุยเสียงดังขณะเรียนหนังสือ

ประเมินอาจารย์


       อาจารย์มาตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพเรียบร้อย มีกิจกรรมแปลกใหม่มาสอนนักศึกษาเสมอ และเปิดโอกาสให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น